ฝรั่งเศส vs สเปน
บอลวันนี้ ปรีวิว ฟุตบอลโลก 2026
รอบรองชนะเลิศ
สนาม – เอที & ที สเตเดี้ยม, อาร์ลิงตัน
วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569, 02.00 น.
ผู้ตัดสิน – อีบัน บาร์ตอน (เอล ซัลวาดอร์)
ฟอร์มใน ฟุตบอลโลก 2026
ฝรั่งเศส
ชนะ เซเนกัล 3-1
ชนะ อิรัก 3-0
ชนะ นอร์เวย์ 4-1
ชนะ สวีเดน 3-0
ชนะ ปารากวัย 1-0
ชนะ โมร็อกโก 2-0
สเปน
เสมอ เคปเวิร์ด 0-0
ชนะ ซาอุดี อาระเบีย 4-0
ชนะ อุรุกวัย 1-0
ชนะ ออสเตรีย 3-0
ชนะ โปรตุเกส 1-0
ชนะ เบลเยียม 2-1
ความพร้อม
ฝรั่งเศส
โชว์ฟอร์มสวยสดงดงามต่อเนื่อง สมเป็นทีมเต็ง 1 รวบแชมป์ ฝรั่งเศส ต้อนทั้ง เซเนกัล กับ อิรัก แบบยิงได้นัดละ 3 เม็ด ก่อนจะปิดรอบแบ่งกลุ่มด้วยการกระหน่ำ นอร์เวย์ ชุดสอง อีกถึง 4-1
จากนั้นเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ กระหน่ำ สวีเดน 3-0 ต่อด้วยเชือด ปารากวัย ในเกมเตะติดดาบอีก 1-0 และมากดม้ามืด โมร็อกโก แบบไม่ลำบาก 2-0 เท่ากับว่า ฝรั่งเศส ชนะมาแล้ว 7 เกมติดต่อกัน รวมนัดอุ่นเครื่อง
ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ กุนซือตราไก่ มีปัญหาสภาพทีมเล็กน้อย คือ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ กลางรับจาก เรอัล มาดริด กับ มาร์คุส ตูราม กองหน้าจาก อินเตอร์ มิลาน บาดเจ็บ เกมนี้ก็อาจยังไม่พร้อมกลับคืนสนาม
ตัวแทนในแดนกลางของ ชูอาเมนี่ น่าจะยังคงเป็น มานู โคเน่ จากโรม่า ต่อไป ส่วนการขาดหายของ ตูราม ไม่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อตัวเลือกเกมรุกมีแบบล้นๆ
การจัดเกมรุกนำโดยกัปตันทีม คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ซึ่งกดไปแล้ว 8 ประตู นำดาวซัลโวร่วมบอลโลกครั้งนี้ ร่วมด้วย ไมเคิ่ล โอลิเซ่ และ อุสมัน เดมเบเล่ ส่วนอีกตำแหน่งเป็นการสลับกันเล่นระหว่าง เดซิเร่ ดูเอ้ กับ แบร๊ดลี่ย์ บาร์โคล่า
สเปน
หนึ่งในตัวเต็งแชมป์โลกเช่นเดียวกัน เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์แบบฝืดไปนิด เสมอ เคปเวิร์ด แต่หลังจากนั้นก็เข้าวินสวยๆ 2 เกมซ้อนเหนือ ซาอุฯ และ อุรุกวัย ซึ่งตลอด 3 เกมรอบแรก พวกเขายังไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว
แล้วกับรอบ 32 ทีมสุดท้าย สเปน ยิ่งโชว์ความร้อนแรง ด้วยการกระหน่ำ ออสเตรีย 3-0 มิเกล โอยาร์ซาบัล ซัดสอง ต่อด้วยเชือด โปรตุเกส 1-0 และสยบ เบลเยียม 2-1 ทั้งสองนัด มิเกล เมริโน่ สังหารชัยท้ายเกม
ความต่อเนื่องในฟอร์มการเล่นนี้ ยังทำให้ สเปน ของกุนซือ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ ยืดระยะไร้พ่ายใน 90 นาทีของทุกรายการ ขึ้นไปเป็น 36 นัดแล้ว ไม่นับรวมที่แพ้ดวลจุดโทษอยู่บางเกม
แต่ในส่วนความพร้อม เด ลา ฟวนเต้ ต้องชี้ว่าไม่ 100% เมื่อเสียบรรดาตัวรุกทั้ง เยเรมี่ ปิโน่, นิโก้ วิลเลี่ยมส์ จนถึงดาวรุ่ง บิกตอร์ มูนยอซ ล้มเจ็บหมด
กระนั้น ทั้ง 3 ก็ไม่ได้มีตำแหน่งตัวจริงในทีมชุดนี้แต่อย่างใด เมื่อปีกซ้ายตัวเลือกแรกเป็น อเล็กซ์ บาเอน่า ตัวรุกสารพัดประโยชน์จาก แอตเลติโก มาดริด
การจัดทีมเกมนี้น่าจะยึด 4-2-3-1 ประตูคงเดิมกับ อูไน ซิมอน ที่เพิ่งเสียไปแค่ลูกเดียวในรายการนี้ และเกมรุกก็คงไม่เปลี่ยนกับแผง อเล็กซ์ บาเอน่า, ดานี่ โอลโม่, ลามีน ยามาล ที่ทำเกมหลังหอกเป้า มิเกล โอยาร์ซาบัล ซึ่งมีแล้ว 4 ประตู
รายชื่อนักเตะที่คาด
ฝรั่งเศส 4-2-3-1
ไมค์ เมนยอง – ลูก้าส์ ดีญ, วิลเลี่ยม ซาลิบา, ดาโยต์ อูปาอเมริกาโน่, ชูลส์ กุนเด้ – อาเดรียง ราบิโอต์, มานู โคเน่ – เดซิเร่ ดูเอ้, ไมเคิ่ล โอลิเซ่, อุสมัน เดมเบเล่ – คีลิยัน เอ็มบัปเป้
สเปน 4-2-3-1
อูไน ซิมอน – มาร์ก กูกูเรย่า, อายเมอริก ลาป๊อร์กต์, เปา กูบาร์ซี่, เปโดร ปอร์โร่ – เปดรี้, โรดรี้ – อเล็กซ์ บาเอน่า, ดานี่ โอลโม่, ลามีน ยามาล – มิเกล โอยาร์ซาบัล
สกอร์ที่คาด – ฝรั่งเศส ชนะ 2-1
ไม่ใช่เกมที่ง่ายทั้งสองฝั่ง และที่จริงโอกาสชนะของแต่ละฝ่ายก็มีอยู่พอๆ กัน แต่เมื่อเทียบพลังรุกกันแล้ว ฝรั่งเศส เหนือกว่า และอาจเหนือกว่าใครในรายการนี้ด้วย ดังนั้น หลังบ้านสเปนที่ยังพอมีช่องให้เจาะ และเพิ่งเสียประตูให้กับ เบลเยียม มาด้วยนั้น ไม่น่าต้านทัพตราไก่ได้อยู่
ติดตามข่าวสารฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 แบบไม่มีตกเทรนด์ ได้ทุกวัน ที่นี่ Powered by 12BET
