สเปน vs อาร์เจนติน่า
บอลวันนี้ ปรีวิว ฟุตบอลโลก 2026
นัดชิงชนะเลิศ
สนาม – เมทไลฟ์ สเตเดี้ยม, อีสต์ รูเธอร์ฟอร์ด
วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569, 02.00 น.
ผู้ตัดสิน – สลาฟโก้ วินชิซ (สโลวีเนีย)
ผลงานใน ฟุตบอลโลก 2026
สเปน
เสมอ เคปเวิร์ด 0-0
ชนะ ซาอุดี อาระเบีย 4-0
ชนะ อุรุกวัย 1-0
ชนะ ออสเตรีย 3-0
ชนะ โปรตุเกส 1-0
ชนะ เบลเยียม 2-1
ชนะ ฝรั่งเศส 2-0
อาร์เจนติน่า
ชนะ แอลจีเรีย 3-0
ชนะ ออสเตรีย 2-0
ชนะ จอร์แดน 3-1
เสมอ เคปเวิร์ด 1-1 (ต่อเวลาชนะ 3-2)
ชนะ อียิปต์ 3-2
เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 (ต่อเวลาชนะ 3-1)
ชนะ อังกฤษ 2-1
ความพร้อม
สเปน
เจ้าของแชมป์โลก 1 สมัย (2010) เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2026 แบบฝืดไปนิด เสมอ เคปเวิร์ด 0-0 แต่หลังจากนั้นก็เข้าวินสวยๆ 2 เกมซ้อนเหนือ ซาอุดีอาระเบีย และ อุรุกวัย ซึ่งตลอด 3 เกมรอบแรก พวกเขาไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว
แล้วกับรอบ 32 ทีมสุดท้าย สเปน ยิ่งโชว์ความร้อนแรง ด้วยการกระหน่ำ ออสเตรีย 3-0 มิเกล โอยาร์ซาบัล ซัดสอง ต่อด้วยเชือด โปรตุเกส 1-0 และสยบ เบลเยียม 2-1 ทั้งสองนัด มิเกล เมริโน่ สังหารชัยท้ายเกม
มาถึงเกมสำคัญ รอบรองชนะเลิศ สเปน ยังมาแบบเหนือๆ โค่นเต็ง 1 อย่าง ฝรั่งเศส ลงอย่างราบคาบ 2-0 ด้วยการซัดของ โอยาร์ซาบัล (จุดโทษ) และ เปโดร ปอร์โร่
ความต่อเนื่องในฟอร์มการเล่นนี้ ยังทำให้ สเปน ของกุนซือ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ ยืดระยะไร้พ่ายใน 90 นาทีของทุกรายการ ขึ้นไปเป็น 37 นัดแล้ว ไม่นับรวมที่แพ้ดวลจุดโทษอยู่บางเกม
แต่ในส่วนความพร้อม เด ลา ฟวนเต้ ต้องชี้ว่าไม่ 100% เมื่อเสียบรรดาตัวรุกอย่าง เยเรมี่ ปิโน่ กับดาวรุ่ง บิกตอร์ มูนยอซ เจ็บตั้งแต่เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ และถึงตอนนี้ยังไม่แน่ชัดเรื่องความพร้อม
จะมีก็ นิโก้ วิลเลี่ยมส์ ปีกที่เคยมีตำแหน่งตัวจริง สลัดปัญหาฟิตกลับมาลงสำรองได้แล้วในเกมชนะ ฝรั่งเศส
แต่ว่าที่เป็นปัญหาเพิ่มขึ้นมา ก็คือ เปโดร ปอร์โร่ ที่ดูจะเจ็บเล็กๆ ในช่วงท้ายเกมกับ ฝรั่งเศส หากว่าวันนี้ฟิตไม่ทัน จะเป็น มาร์กอส ยอเรนเต้ ได้เล่นตัวจริงแทนในเกมชิงชนะเลิศ
ส่วนอื่นๆ ไม่เป็นปัญหา การจัดทีมเกมนี้น่าจะยึด 4-2-3-1 ประตูคงเดิมกับ อูไน ซิมอน ที่เพิ่งเสียไปแค่ลูกเดียวในรายการนี้ และเกมรุกก็คงไม่เปลี่ยนกับแผง อเล็กซ์ บาเอน่า, ดานี่ โอลโม่, ลามีน ยามาล ที่ทำเกมหลังหอกเป้า มิเกล โอยาร์ซาบัล ซึ่งมีแล้ว 5 ประตู แอบลุ้นดาวซัลโวอยู่จางๆ
อาร์เจนติน่า
แชมป์เก่าและแชมป์โลก 3 สมัย ของ ลิโอเนล เมสซี่ เข้าสู่ ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยฟอร์มน่าสะพรึง ชนะรวดถึง 7 นัดติดต่อกันในเกมอุ่นเครื่องเตรียมความพร้อม ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเป็นต้นมา
ส่วนกับรอบแรก 3 นัด อาร์เจนติน่า ก็ชนะรวดเช่นเดียวกัน เหนือ แอลจีเรีย, ออสเตรีย และ จอร์แดน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาเจองานเซอร์ไพรส์จาก เคปเวิร์ด จนได้ผลเสมอ 1-1 ใน 90 นาที ยังดีที่ต่อเวลาชนะได้ 3-2 สำหรับเกมรอบ 32 ทีมสุดท้าย เช่นเดียวกับรอบ 8 ทีมที่ได้แค่เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ ในเวลา แล้วค่อยมาฮึดรัวเป็น 3-1 ช่วงต่อเวลาพิเศษ
พอมาถึงรอบตัดเชือก ฟ้าขาว เจียนอยู่เจียนไปอีก เมื่อโดน อังกฤษ พังประตูนำแล้วลงไปตั้งรับเต็มกำลัง แต่สุดท้าย พวกเขายังฮึดพัง 2 ประตู แซงชนะ 2-1 จนเข้าชิงชนะเลิศได้อีกครั้ง
ในการเลือกตัวของ ลิโอเนล สคาโลนี่ มาเล่น ฟุตบอลโลก หนนี้ มีประเด็นให้พูดถึงพอสมควร กับบิ๊กเนมที่หลุดไปเช่น เปาโล ดีบาล่า, อเลฮานโดร การ์นาโช่, ฟรังโก้ มาสตันตูโอโน่ หรือ เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย
แต่กับสภาพทีมล่าสุด สคาโลนี่ ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น ฟาคุนโด้ เมดิน่า กับ นิโกลัส กอนซาเลซ ที่เจ็บก่อนหน้านี้ ต่างพร้อมเป็นตัวเลือก
คาดว่าการจัดทัพจะไม่เปลี่ยน นำโดย ลิโอเนล เมสซี่ ที่กดแล้วถึง 8 ประตู นำดาวซัลโวร่วม จับคู่กองหน้ากับ ฮูเลียน อัลวาเรซ ที่ 2-3 เกมหลังเป็นตัวเลือกก่อน เลาตาโร่ มาร์ติเนซ
รวมถึงแกนหลักจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เช่น เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูของ แอสตัน วิลล่า, ลิซานโดร มาร์ติเนซ จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ มิดฟิลด์ลิเวอร์พูล, เอ็นโซ เฟร์นานเดซ กองกลางเชลซี ต่างพร้อมเล่นตามปกติ
รายชื่อนักเตะที่คาด
สเปน 4-2-3-1
อูไน ซิมอน – มาร์ก กูกูเรย่า, อายเมอริก ลาป๊อร์กต์, เปา กูบาร์ซี่, เปโดร ปอร์โร่ – ฟาเบียน รุยซ์, โรดรี้ – อเล็กซ์ บาเอน่า, ดานี่ โอลโม่, ลามีน ยามาล – มิเกล โอยาร์ซาบัล
อาร์เจนติน่า 4-1-3-2
เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – นิโกลัส ตายาฟิโก้, คริสเตียน โรเมโร่, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, นาอูเอล โมลิน่า – เลอันโดร ปาเรเดส – เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, โรดริโก้ เด ปอล – ฮูเลียน อัลวาเรซ, ลิโอเนล เมสซี่
สกอร์ที่คาด – เสมอ 1-1
โรมรันกันอย่างยาวนาน คัดสรรกันมาเป็นปีๆ สุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ก็มาถึงฉากจบแล้วจนได้ และแน่นอนว่านี่คือเกมที่ต่างฝ่ายต่างไม่อยากแพ้ ก็คงพยายามเน้นไม่เสียประตูไว้ก่อนเป็นอันดับแรก ดังนั้นนี่อาจไม่ใช่เกมที่แลกกันแบบดวลเดือดมากนัก (แต่เรื่องเตะติดดาบนั่น แน่นอน!) และมีโอกาสสูงเลยที่จะกินกันไม่ลงใน 90 นาที
ติดตามข่าวสารฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 แบบไม่มีตกเทรนด์ ได้ทุกวัน ที่นี่ Powered by 12BET
